ชา

From Chinesestudies

Jump to: navigation, search

Contents


จากหนังสือ

เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนนอก

เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักเรียนนอก หน้า 68-70

Sa_068_070.jpg

(น.68) รูป 70 ร้านน้ำชาปัญญารู้กระจ่าง

At Minghui Cha Yuan teahouse.


Sa_068_071.jpg

รูป 71 พิธีชงชา

Tea ceremony.


Sa_069_072.jpg

(น.69) รูป 72 ดื่มชา

Drinking Tea.

(น.69) ก่อนที่จะเข้าไปรับประทาน เข้าห้องน้ำก่อน ที่นี่เหมือนโรงแรมได้ความว่ามี 2 ห้องนอน ค่าเข้าพักคืนละ 20,000 บาท ศาสตราจารย์จี้เซี่ยนหลิน อาจารย์มหาวิทยาลัยปักกิ่งที่ชำนาญด้านภาษาสันสกฤต อายุเกือบ 90 ปีแล้วเคยมาพัก

อาคารอีกอาคารแปลงเป็นร้านน้ำชาและภัตตาคารชื่อว่า ร้านน้ำชาปัญญารู้กระจ่าง (หมิงหุ้ยฉาหยวน) เมื่อเข้าไปนั่งมีคนเอาชามะลิมาให้ดื่มแล้วเล่าเรื่องการชงชา ว่าเขาใช้น้ำจากลำธารที่วัดนี้ในการชงน้ำชา คนที่ออกมาชงชาแต่งตัวเป็นชี แต่ไม่ได้โกนศีรษะ สวมประคำ ดูเหมือนจะเป็นนักแสดง ชงไปเปิดสวดมนต์นโม อมิตาพุทธ (จับความได้แค่นี้) มีผู้ช่วย 2 คนเอาของต่างๆ มาและเป็นคนเสิร์ฟชา ตอนแรกตั้งธูปเทียนเผากำยานทำท่าเหมือนนั่งสมาธิ เอาอุปกรณ์ชงชาออกมาต้องค่อยๆ เปิด ค่อยๆ เช็ด อุปกรณ์เหมือนพิธีชงชาญี่ปุ่น แต่จะแสดงท่าทางมากกว่า (ที่จริงญี่ปุ่นก็เอามาจากจีนนั่นแหละ) เขาเรียกชานี้ว่า ฉานฉา (ฉาน ตรงกับคำว่า ธยาน หรือ ฌาน คำว่า เซ็น ในภาษาญี่ปุ่น ส่วนคำว่า ฉา แปลว่า ชา)

(น.70) เมื่อเสร็จเข้าไปในห้องรับประทานอาหารกลางวันเป็นอาหารจากเซ่าซิงรับประทานกับเหล้าเซ่าซิง อาหารอร่อยทุกอย่าง คุยกับพวกอาจารย์ถึงพวกนักวิชาการด้านจีนศึกษาต่างๆ พวกอาจารย์เขาแปลกใจว่าข้าพเจ้ารู้จักอาจารย์หลายท่าน หลายมหาวิทยาลัย พูดกันถึงอาจารย์ Oksenburg ที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อ 2 วันมานี้ ทางมหาวิทยาลัยปักกิ่งส่งจดหมายแสดงความเสียใจไปแล้ว เขาว่ารองอธิการบดีเฉินจังเหลียงที่เป็นนักชีววิศวกรรม (ข้าพเจ้าพบเขาเมื่อปีที่แล้ว) อยากเชิญข้าพเจ้าดูการวิจัย เห็นจะต้องจัดเวลาดีๆ

เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว ข้าพเจ้ากลับเข้าห้องน้ำ ออกมาเซ็นชื่อ นายกเทศมนตรี (เป็นนักประวัติศาสตร์ ดูแลพิพิธภัณฑ์และศิลปกรรมต่างๆ) ให้หนังสือ Illustrated Beijing’s History เป็นเรื่องประวัติศาสตร์ปักกิ่ง ประกอบภาพศิลปวัตถุต่างๆ เขียนเป็นภาษาจีน

ที่จริงจะดูการชงชาแบบนักวิชาการ (ใช้กาดินเผาและกรรมวิธีเป็นพิเศษกว่าชาชาวนาที่ใส่ในไม้ไผ่และชงแก่ๆ) แต่เหล่าเติ้งผู้ควบคุมเวลาบอกว่า เราช้ากว่าเวลามากแล้วให้กลับเลย ทางวัดให้ชามา 2 ชนิดคือ ชาเหมาเฟิงกับชาอะไรอีกอย่างจำไม่ได้แล้ว

เจียงหนานแสนงาม

เจียงหนานแสนงาม หน้า 354-356

(น. 354) จุดหมายต่อไปเป็นสวนชา มีสาวน้อยชาวอี๋มาต้อนรับ แสดงวิธีชงชา ต้องลวกถ้วยชาและกาน้ำชา ชาของชาวยูนนานมีหลายอย่าง เช่น ชาก้อน ชาเขียวผู่เอ๋อร์ ชาเขียวผู่เอ๋อร์ใบใหญ่ (ลักษณะเหมือนชาวาวีที่เชียงราย) วิธีชงชาเวลาเทน้ำจากกาก็ต้องใช้วิธีหงส์ผงกหัว 3 ครั้งเหมือนที่หังโจว ต้องรอประมาณ 5 นาที ชาจึงจะออกกลิ่นและดื่มได้ ระหว่างนี้คุยกันไปก่อน ตอนเติมน้ำในถ้วย ต้องเทใส่พร้อมกันทั้ง 8 ถ้วย

ชนเผ่าว้าชงชาในถ้วยดิน ใส่ชาผู่เอ๋อร์ลงในถ้วย แล้วยกขึ้นตั้งไฟ เหมือนเป็นการคั่ว ก่อนใส่ข้าวสารลงไป เทน้ำใส่ ต้มนาทีหนึ่ง ชาที่ออกมาจะขม แต่แก้กระหายน้ำได้ดี มีคนแสดงคนหนึ่งใช้กาทองเหลืองใหญ่เท่ากระป๋องรดน้ำต้นไม้ พวยกาก็ยาวมาก น่าหวาดเสียวว่าน้ำจะกระฉอกใส่เรา แต่รู้สึกว่าคนรินเขาชำนาญมาก น้ำไม่หกเลย เวลาทำท่าผงกเห็นจะต้องเรียกว่า ท่ายีราฟผงกหัว


Jn_354_239.jpg

(น. 354) รูป 239 การชงน้ำชา วิธีเสริฟ์น้ำชาที่น่าเสียวไส้

Tea Making. This way of serving tea is rather scary.


Jn_355_240.jpg

(น. 355) รูป 240 พิพิธภัณฑ์ชา

Tea Museum.

(น. 355) มีห้องพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชา มีรูปต้นชาต้นใหญ่มาก ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นชาต้นโตแบบนี้เลย แสดงรูปต้นชาและสวนชาในที่ต่างๆ เขาเล่าเรื่องว่าประเพณีดื่มชามาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ถึงปัจจุบันนี้มีประเทศต่างๆ ในโลกปลูกชามากกว่า 50 ประเทศแล้ว มีตัวอย่างคำเรียกชื่อชาเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก วิธีเขียนตัวอักษรคำว่าชา 180 แบบ มีหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับชา เช่น บันทึกเกี่ยวกับชาของลู่อวี่สมัยราชวงศ์ถัง ตำราเรื่องชาเขียนด้วยอักษรตงปา ชามีหลายชนิดและมีวิธีชงหลากหลายต่างกัน เขาแสดงเรื่องการชงชาแบบต่างๆ กาน้ำชาและถ้วยน้ำชาหลายแบบ เครื่องมือกดชาให้เป็นก้อน ชามีประโยชน์ 24 อย่าง คือ


Jn_356_241.jpg

(น. 356) รูป 241 กาน้ำชายักษ์

A giant teapot.

(น. 356)

  1. ทำให้ไม่ง่วง มีแต่ความสดชื่น
  2. ตาสว่าง
  3. ไม่กระหายน้ำ
  4. แก้ร้อนใน
  5. ขจัดสิ่งที่เป็นพิษออกจากร่างกาย
  6. ช่วยย่อยอาหาร
  7. ทำให้สร่างเมา
  8. ลดความอ้วนได้
  9. ทำให้เลือดลมเดินสะดวก
  10. ลดการอักเสบ
  11. ปัสสาวะสะดวก
  12. ขจัดโรครูมาติก
  13. ทำให้ฟันแข็งแรง
  14. แก้โรคหัวใจ
  15. แก้หนองฝี
  16. ทำให้ไม่หิวง่าย
  17. ทำให้อายุยืนยาว

จดไม่ได้หายไป 7 ข้อ แต่เท่าที่เห็นก็ดูจะเป็นยาครอบจักรวาลไปแล้ว

ใต้เมฆที่เมฆใต้

ใต้เมฆที่เมฆใต้ หน้า 66-70

(น.66) ลงมาชั้นล่าง มีพิธีกรเป็นสาวชาวไป๋อธิบายเรื่องพิธีซานเต้าฉา ว่าเป็นพิธีของชาวไป๋สำหรับรับแขกผู้มีเกียรติ โดยให้ดื่มชา 3 ถ้วย 3 วิธี

ชาถ้วยแรกค่อนข้างขม เหมือนชีวิตคนเกิดมาก็ต้องประสบความยากลำบาก ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ถ้วยต่อมาหวาน หมายความถึงชีวิตต้องลำบากก่อน เมื่อพยายามจนได้รับผลสำเร็จ ชีวิตก็หวาน เมื่อ


Cy_067_073_resize.jpg

(น.67) รูป 73 พิธีชา 3 ถ้วย 3 วิธี ในเรือ

(น.67) อายุมากก็ต้องคิดถึงอดีตของตนว่าเป็นอย่างไร ผ่านประสบการณ์ต่างๆ ที่เป็นความทรงจำของชีวิต ดื่มสามครั้งรสชาติไม่เหมือนกัน คือ ขมหวาน และสุดท้ายรสชาติยากที่จะลืม วิธีทำชา 3 ถ้วยนี้ต่างกัน

ก่อนอื่นแจกผลไม้เชื่อม  : แตงกวาเชื่อม ลูกบ๊วย ฯลฯ และเต้นระบำต้อนรับ ผู้หญิงที่เต้นถือไม้ เขาบอกว่าไม้นี้เรียกว่าไม้ป้าหวัวเปี้ยน มีเหล็กอยู่ข้างใน ถามว่ามีความหมายอย่างไรก็ตอบไม่ได้ ส่วนผู้ชายถือกลองแทมโบรีน พอเต้นจบแล้วโฆษกออกมาประกาศว่าการมาเยือนที่เขตปกครองตนเองของพวกไป๋นี้ ถ้ายังไม่ดื่มน้ำชาซานเต้าฉาก็เหมือนกับมาไม่ถึง เป็นธรรมเนียมการต้อนรับที่มีมาแต่โบราณ ตั้งแต่สมัยกษัตริย์น่านเจ้าต้อนรับอาคันตุกะที่มาเยือน ชาที่เอามาเลี้ยงของที่นี่เป็นชาก้อนที่เคยได้รับรางวัลมาแล้ว 3 ครั้ง ดื่มแล้วทำให้เป็นหนุ่มสาวตลอดไป


Cy_068_074_resize.jpg

(น.68) รูป 74 การแสดงในเรือ

(น.68) จากนั้นให้ดื่มชาถ้วยแรกซึ่งเป็นชาขม ก่อนที่จะดื่มชาถ้วยที่ 2 มีนักร้องหญิงมาร้องเพลง คลอด้วยพิณสามสายชื่อเพลง ยินดีต้อนรับสู่ต้าหลี่ของเรา กับเพลงชนชาติไป๋แห่งภูเขาซีซาน นักร้องเสียงสูงเหมือนนางเอกงิ้ว หรือนักร้องเสียงโซปราโนในอุปรากรฝรั่ง จากนั้นมีระบำหมวกใบลาน ร้องเพลงมีเนื้อหาว่า บ้านเมืองของเขานั้นมีเขาสวย น้ำใส สาวงามยิ่งกว่าดอกชา พอจบแล้วโฆษกออกมาสอนภาษาไป๋ 2-3 คำแต่ข้าพเจ้าฟังไม่ออก จับได้แต่คำว่า น่าเวนิ แปลว่า ขอบคุณ แล้วเขาสั่งเอาไว้ว่าเวลาเอาชาถ้วย 2 มาให้ ทุกคนต้องขอบคุณว่า น่าเวนิ

ชาถ้วยที่ 2 ใส่ลูกวอลนัท น้ำตาลทรายแดง และนม

โฆษกออกมาบอกว่าเคยมีภาพยนตร์เรื่อง อู๋ตั่วจินฮัว หรือดอกจินฮัว 5 ดอก ในเรื่องกล่าวถึงสาวงามชื่อจินฮัว 5 คน เพลงที่จะแสดงต่อไปนี้เป็นเพลงคู่รักเกี้ยวกันที่ทะเลสาบหูเตี๋ยฉวน ผู้ชายออกมาร้องก่อน ทำนองเพลงฟังแปลกหู ผู้หญิงออกมาร้องเสียงแหลมๆ ตาม


Cy_069_075_resize.jpg

(น.69) รูป 75 การแสดงในเรือ


Cy_069_076_resize.jpg

รูป 76 การแสดงในเรือ


Cy_070_077_resize.jpg

(น.70) รูป 77 ถ่ายรูปกับนักแสดง

(น.70) แบบฉบับคลาสสิกของที่นี่ เป็นภาษาไป๋ว่า “ได้ยินไหมคะ” ข้าพเจ้าฟังแล้วนึกในใจว่าเสียงทั้งดังทั้งแหลม ถ้าไม่ได้ยินเห็นจะเป็นคนหูหนวก

เสียงผู้ชายเรียก “น้องสาว”

ร้องไปร้องมาข้าพเจ้าเกิดรู้สึกว่าฟังเข้าใจ เพราะกลายเป็นภาษาจีนตอนท้ายๆ เพลงมีการร้องประสานเสียงกัน ฝ่ายชายคืออาเผิง ฝ่ายหญิงคือจินฮัว สุดท้ายผู้หญิงผู้ชายแลกของกัน ฝ่ายหญิงให้กระเป๋า ฝ่ายชายให้เครื่องดนตรีเป่า แสดงความ “ชิชิเก่าเก่า” แปลว่า สนิทสนมกัน

ชาถ้วยที่ 3 คือชาไม่รู้ลืม เป็นชาผสมด้วยเปลือกต้นกุ้ย (อบเชย) น้ำผึ้ง

การปลูกชาที่ต้าหลี่ทำมาพันกว่าปีแล้ว

จัดหมวดหมู่สารสนเทศ

ชา

ชาของชาวยูนนานมีหลายอย่าง เช่น ชาก้อน ชาเขียวผู่เอ๋อร์ ชาเขียวผู่เอ๋อร์ใบใหญ่ (ลักษณะเหมือนชาวาวีที่เชียงราย)[1]

สรรพคุณ

ชามีประโยชน์ 24 อย่าง คือ

  1. ทำให้ไม่ง่วง มีแต่ความสดชื่น
  2. ตาสว่าง
  3. ไม่กระหายน้ำ
  4. แก้ร้อนใน
  5. ขจัดสิ่งที่เป็นพิษออกจากร่างกาย
  6. ช่วยย่อยอาหาร
  7. ทำให้สร่างเมา
  8. ลดความอ้วนได้
  9. ทำให้เลือดลมเดินสะดวก
  10. ลดการอักเสบ
  11. ปัสสาวะสะดวก
  12. ขจัดโรครูมาติก
  13. ทำให้ฟันแข็งแรง
  14. แก้โรคหัวใจ
  15. แก้หนองฝี
  16. ทำให้ไม่หิวง่าย
  17. ทำให้อายุยืนยาว

จดไม่ได้หายไป 7 ข้อ แต่เท่าที่เห็นก็ดูจะเป็นยาครอบจักรวาลไปแล้ว[2]

วิธีชงชา

วิธีชงชาที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าอี๋

มีสาวน้อยชาวอี๋มาต้อนรับ แสดงวิธีชงชา ต้องลวกถ้วยชาและกาน้ำชา วิธีชงชาเวลาเทน้ำจากกาก็ต้องใช้วิธีหงส์ผงกหัว 3 ครั้งเหมือนที่หังโจว ต้องรอประมาณ 5 นาที ชาจึงจะออกกลิ่นและดื่มได้ ระหว่างนี้คุยกันไปก่อน ตอนเติมน้ำในถ้วย ต้องเทใส่พร้อมกันทั้ง 8 ถ้วย[3]

วิธีชงชาที่เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่าว้า

ชนเผ่าว้าชงชาในถ้วยดิน ใส่ชาผู่เอ๋อร์ลงในถ้วย แล้วยกขึ้นตั้งไฟ เหมือนเป็นการคั่ว ก่อนใส่ข้าวสารลงไป เทน้ำใส่ ต้มนาทีหนึ่ง ชาที่ออกมาจะขม แต่แก้กระหายน้ำได้ดี มีคนแสดงคนหนึ่งใช้กาทองเหลืองใหญ่เท่ากระป๋องรดน้ำต้นไม้ พวยกาก็ยาวมาก น่าหวาดเสียวว่าน้ำจะกระฉอกใส่เรา แต่รู้สึกว่าคนรินเขาชำนาญมาก น้ำไม่หกเลย เวลาทำท่าผงกเห็นจะต้องเรียกว่า ท่ายีราฟผงกหัว[4]

ต้นชาเก่าแก่ในคุนหมิง

มาดามเห็นว่าข้าพเจ้าชอบดอกชาจึงเล่าว่า ที่คุนหมิงมีต้นชาต้นหนึ่งอายุประมาณ 500-600 ปี เวลาดอกบาน ต้นเดียวมีดอกเป็นหมื่นดอก ดอกใหญ่ที่สุดมีขนาด 20 เซนติเมตร ดอกมีทั้งสีขาวและสีแดง[5]

พิพิธภัณฑ์ชา

มีห้องพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชา มีรูปต้นชาต้นใหญ่มาก ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นชาต้นโตแบบนี้เลย แสดงรูปต้นชาและสวนชาในที่ต่างๆ เขาเล่าเรื่องว่าประเพณีดื่มชามาจากทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ถึงปัจจุบันนี้มีประเทศต่างๆ ในโลกปลูกชามากกว่า 50 ประเทศแล้ว มีตัวอย่างคำเรียกชื่อชาเป็นภาษาต่างๆ ทั่วโลก วิธีเขียนตัวอักษรคำว่าชา 180 แบบ มีหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับชา เช่น บันทึกเกี่ยวกับชาของลู่อวี่สมัยราชวงศ์ถัง ตำราเรื่องชาเขียนด้วยอักษรตงปา ชามีหลายชนิดและมีวิธีชงหลากหลายต่างกัน เขาแสดงเรื่องการชงชาแบบต่างๆ กาน้ำชาและถ้วยน้ำชาหลายแบบ เครื่องมือกดชาให้เป็นก้อน[6]

ประเพณีที่เกี่ยวกับชา

พิธีซานเต้าฉา

เป็นพิธีของชาวไป๋สำหรับรับแขกผู้มีเกียรติ โดยให้ดื่มชา 3 ถ้วย 3 วิธี ชาถ้วยแรกค่อนข้างขม เหมือนชีวิตคนเกิดมาก็ต้องประสบความยากลำบาก ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ถ้วยต่อมาหวาน หมายความถึงชีวิตต้องลำบากก่อน เมื่อพยายามจนได้รับผลสำเร็จ ชีวิตก็หวาน เมื่ออายุมากก็ต้องคิดถึงอดีตของตนว่าเป็นอย่างไร ผ่านประสบการณ์ต่างๆ ที่เป็นความทรงจำของชีวิต ดื่มสามครั้งรสชาติไม่เหมือนกัน คือ ขม หวาน และสุดท้ายรสชาติยากที่จะลืม [7]



อ้างอิง

  1. เจียงหนานแสนงาม หน้า 354
  2. เจียงหนานแสนงาม หน้า 356
  3. เจียงหนานแสนงาม หน้า 354
  4. เจียงหนานแสนงาม หน้า 354
  5. ใต้เมฆที่เมฆใต้ หน้า 86
  6. เจียงหนานแสนงาม หน้า 355
  7. ใต้เมฆที่เมฆใต้ หน้า 66,67
Personal tools