พิพิธภัณฑ์มณฑลเหอหนาน

From Chinesestudies

Jump to: navigation, search

Contents


จากหนังสือ

หวงเหออู่อารยธรรม

หวงเหออู่อารยธรรม หน้า 120-130

(น.120) ไปพิพิธภัณฑ์มณฑลเหอหนาน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รูปร่างอาคารดูสมัยใหม่มาก แต่ที่จริงแล้วทำเลียนแบบหอดูดาวโบราณ ผู้อำนวยการมาต้อนรับอธิบายว่าพิพิธภัณฑ์เหอหนานเริ่มก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1927 แต่ก่อนอยู่ที่เมืองไคเฟิง ปลายทศวรรษ 1950 ต่อต้น 1960 ที่ทำการรัฐบาลย้ายมาอยู่นครเจิ้งโจว พิพิธภัณฑ์จึงย้ายมาด้วย สร้างเสร็จ ค.ศ. 1959 มีพื้นที่ใช้สอย 15,000 ตารางเมตร ได้สร้างอาคารใหม่ระหว่าง ค.ศ. 1991-1994 เปิดให้เข้าชมได้ใน ค.ศ. 1998 จัดแสดงวัตถุโบราณในมณฑลเหอหนาน ซึ่งมีประมาณ 13,000,000 ชิ้น พื้นที่จัดแสดงประมาณ 78,000 ตารางเมตร ได้ดูวัตถุโบราณ 3 ห้อง ได้แก่ วัฒนธรรมโบราณเหอหนาน ศิลปะแกะสลักหิน มี 2 ห้อง คือ 1. ศิลปะชาวบ้าน 2. ศิลปะทางพุทธศาสนา

เครื่องหยกโบราณ ส่วนมากค้นพบจากในสุสาน เครื่องทองสำริดของรัฐฉู่ ซึ่งเป็นรัฐที่มิใช่ชนชาติจีน เป็นรัฐใหญ่มากกลางประเทศ อาณาเขตกว้างขวางถึงแถบมณฑลหูเป่ย รัฐฉู่มีภาษาและวัฒนธรรมที่ค่อนข้างแตกต่างจากจีน มีวรรณคดีตกทอดมาจนทุกวันนี้ จิ๋นซีฮ่องเต้มาตีรัฐนี้ จึงรวมประเทศได้

ศิลปกรรมสมัยราชวงศ์หมิงและชิง แสดงงานศิลป์ต่างๆ หลายรูปแบบ

นอกจากนั้นมีการแสดงเรื่องของไดโนเสาร์และไข่ไดโนเสาร์ให้เยาวชนชม แสดงประวัติภาคกลางเมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง วัตถุโบราณที่แสดงในส่วนนี้มีประมาณ 3,000 ชิ้น

(น.120)

HuangHe85.jpg

รูป 85 พิพิธภัณฑ์มณฑลเหอหนาน

He-nan Provincial Museum.

(น.121)

HuangHe86.jpg

รูป 86 ห้องโถงที่เข้าไปตอนแรก มีรูปคนแทรกอยู่ระหว่างช้าง 2 ตัว

Statue of a man between two standing elephants in the main hall.

(น.121) เขาให้เจ้าหน้าที่มาบรรยายให้ฉันฟัง เขาเคยบรรยายให้ประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมินมาแล้ว ระหว่างเดินชมเปิดเพลงไทย เช่น เพลงลาวดำเนินทราย ประกอบด้วย

รูปปั้นที่ห้องโถงกลางเป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆ ของเหอหนาน มีรูปคนผลักช้างออกด้านข้าง ข้างละตัว แสดงว่าอารยธรรมผลักความป่าเถื่อนออกไปข้างๆ เป็นช้างสองตัว เขาบอกว่าเมื่อ 500,000-600,000 ปีมาแล้วแถวนี้เคยมีช้างแมมมอธ มีภูเขาซงซาน พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุด หอดูดาวที่ไคเฟิง เจดีย์อายุ 1,500 ปีสมัยเป่ยเว่ย อยู่กลางหุบเขาซงซานใกล้วัดเซ่าหลิน เมืองไคเฟิงเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ซ่งสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 11 ที่พื้นปูกระเบื้องทำเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิเต๋า มณฑลซานตงเป็นแหล่งกำเนิดลัทธิขงจื่อ แต่ที่มณฑลเหอหนานนั้นเป็นแหล่งกำเนิดของลัทธิเต๋า

(น.122)

HuangHe87.jpg

รูป 87 ภาพแสดงความมีอำนาจของแม่น้ำเหลือง

A carving depicting the powess of the Yellow River.

(น.122) นิทรรศการที่นี่แสดงความรุ่งโรจน์ของวัฒนธรรมเหอหนาน ภาพสลักเป็นสัญลักษณ์ของแม่น้ำหวงเหอ แหล่งกำเนิดวัฒนธรรมจีน ทางเข้ามี 3 ประตู ตรงกลางหมายถึง ที่ราบภาคกลางหรือจงหยวนมีบทบาทเป็นเสาหลักของกระแสประวัติศาสตร์

วัตถุโบราณสมัยดึกดำบรรพ์ ที่นี่ก็พบฟอสซิลของมนุษย์โบราณสมัยเดียวกับมนุษย์ปักกิ่ง ในตู้แสดงเครื่องมือการเกษตรสมัยหิน อายุ 8,000 ปี ใช้ในการกะเทาะเปลือกข้าว รูปจำลองคนสมัยนั้น ผู้หญิงเป็นช่างทำเครื่องปั้นดินเผา ในสมัยนั้นผู้หญิงมีฐานะสูงกว่าผู้ชาย (ฉันไม่ทราบว่าเขาสันนิษฐานอย่างนั้นได้อย่างไร เห็นมีแต่สิ่งของต่างๆ ที่ไม่น่าจะบอกภาพสังคมได้ละเอียดเช่นนั้น) มีของที่ว่าเป็นชิ้นเอกของประเทศจีนคือ ปี่เล็กๆ ทำด้วยกระดูกปีกนกกระเรียน มี 7 รู สามารถเล่นเพลงปัจจุบันได้ นักวิชาการดนตรีทดลองบรรเลงและจดโน้ตไว้ เครื่องดนตรีชิ้นนี้พบใน ค.ศ. 1987 เครื่องดนตรีในยุคเดียวกันจะมีแต่เครื่องจังหวะ เช่น กลองเครื่องปั้นดินเผาที่แอฟริกา ลุ่มแม่น้ำไนล์

สมัยเมื่อ 6,000 ปีมาแล้วมีวัฒนธรรมขึ้นอีกอย่างหนึ่งเรียกว่าวัฒนธรรมหยั่งเสา มีความเด่นในเรื่องการผลิตเครื่องปั้นดินเผา

(น.123)

HuangHe88.jpg

รูป 88 ขลุ่ยโบราณที่สุด

The most ancient flute.

HuangHe89.jpg

รูป 89 ภาพมังกรเก่าที่สุด

The oldest picture of dragon, made of mollusc shells.

(น.123) ของชิ้นเอกเป็นเครื่องปั้นดินเผาเมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว เมื่อปั้นแล้วต้องใช้หินกรวดขัดเกลาให้ลื่น ออกเป็นแววเหมือนเครื่องสำริด

ภาพมังกรที่เก่าที่สุด อายุ 6,000 ปี วัฒนธรรมหยั่งเสาทำด้วยเปลือกหอย ลักษณะบ้านเรือนคนสมัยนั้นแสดงว่าเริ่มมีการอยู่เป็นครอบครัว

เมื่อเริ่มเข้ายุคสำริด มีของใช้สำริด เช่น ถาดทองแดง และท่อน้ำทิ้ง เรียกว่า วัฒนธรรมหลงซาน

สมัยราชวงศ์เซี่ย ซัง และโจว

สมัยราชวงศ์เซี่ยเป็นสมัยสังคมทาส ราวๆ 4,000 ปีมาแล้ว มีเครื่องทองสำริด ไม่มีลวดลาย

สมัยราชวงศ์ซังมีอักษรเขียนบนกระดองเต่าประมาณ 3,600 ปีมาแล้ว ภายหลังย้ายเมืองมาเจิ้งโจว มีภาพแสดงกำแพงล้อมเมือง

ภาพเมืองอานหยัง มีภาพถ่ายทางอากาศสมัยราชวงศ์ซังตอนปลาย ย้ายมาจากเมืองชวีฝู่

(น.124) อักษรบนกระดองเต่าและกระดูกสัตว์อื่นๆ ใช้เสี่ยงทายเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้ทราบความประสงค์ของเทวดาและบรรพบุรุษ นำกระดองเต่าและกระดูกนี้มาเผาไฟจนเกิดรอยแตก นำมาตีความได้ สมัยนั้นเริ่มมีการใช้ตัวเลขและคำนวณได้ เขียนเลขหมื่นได้ เลขหมื่นเขียนเป็นรูปแมลงชนิดหนึ่งคล้ายแมงป่อง หัวข้อที่เสี่ยงทายมีเรื่องการเกษตร คนเจ็บป่วย การเลี้ยงสัตว์ จับปลา การเกิดสุริยุปราคา และจันทรุปราคา คนป่วยเขียนเป็นคนนอนเตียง มีรูปตาแปลว่า ตาป่วย หรือตาบอด ซัง แปลว่า เจ็บ หมิง แปลว่า สว่าง สมัยนั้นเขียนหมิงแทนที่จะเอาตัวที่แปลว่าพระอาทิตย์ขึ้นหน้ากลับเอาไว้ข้างหลัง

เครื่องปั้นเก่าที่สุดอายุ 3,500 ปี เครื่องสำริดเป็นภาชนะที่ใช้ในพิธี บริเวณนั้น (เมืองอานหยัง) ขุดพบสุสานพระสนมของกษัตริย์ปลายราชวงศ์ซัง ศตวรรษที่ 16-11 ก่อนคริสต์กาล พระสนมฟู่เห่าท่านนี้เมื่อมีชีวิตอยู่คงต้องเป็นคนที่มีบุญวาสนาสูง จึงมีเครื่องสำริดจำนวนมากฝังในสุสาน

ราชวงศ์โจวตะวันตก ลายที่เห็นบ่อยๆ ในเครื่องสำริดยุคนี้เป็นรูปสัตว์ เช่น มังกรและนก ของอย่างอื่น เช่น กระบี่ สายรัดเอวทองคำบริสุทธิ์ เป็นของพระอนุชากษัตริย์โจวเหวินหวัง

(น.124)

HuangHe90.jpg

รูป 90 หินสลักภาพแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมโบราณ

Stone carving recording cultures of ancient time.

(น.125) เครื่องใช้ประจำวันของขุนนางผู้ดีเมื่อประมาณ 2,500 ปีก่อน เป็นสำริด แต่ก่อนทำขนาดใหญ่ใช้บูชาเทพเจ้าและบรรพบุรุษ สมัยหลังทำเล็กลงให้พอเหมาะกับขนาดที่คนใช้ได้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามชีวิตสมัยชุนชิวก็ไม่เหมือนชีวิตสมัยนี้ คือเขาจะรับประทานเนื้อชิ้นใหญ่ๆ ต้องมีอ่างล้างมือให้คนใช้ถือเอาไว้

ผู้นำชมบอกว่าบริเวณที่ปัจจุบันนี้เป็นท่าอากาศยานนานาชาตินั้นเมื่อ ค.ศ. 1997 ขุดพบของเมื่อ 2,000 กว่าปีมาแล้ว มีหม้อติ่ง 9 ใบ ภาชนะกุย 8 ใบ โดยหลักแล้วผู้ที่จะมีติ่ง 9 ใบ กุย 8 ใบ จะต้องเป็นจักรพรรดิ แต่เจ้าที่นี่มีศักดิ์ที่จะได้เพียงติ่ง 7 ใบ กุย 6 ใบ เท่านั้น เป็นการทำเกินศักดิ์ตนเอง

ของชิ้นล้ำค่าที่สุด ช่วงยุคกลางถึงปลายชุนชิวเป็นหม้อติ่ง ฝาเป็นรูปนกกระเรียน อาจเป็นเครื่องราชูปโภค ของแบบนี้พบ 2 ชิ้น อีกชิ้นอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เมืองโบราณปักกิ่ง วิธีการทำซับซ้อนมาก ต้องติดส่วนที่เป็นลวดลายภายหลัง ขุดพบเมื่อ ค.ศ. 1923 ผู้ว่าราชการมณฑลสมัยนั้นคือ เฟิ่งอวี้เสียงบอกให้เก็บเอาที่พิพิธภัณฑ์ เพราะมีค่าที่สุด ในสมัยนั้นมีเทคนิคการฝังพลอยในทองสำริด เช่น ภาชนะใส่เหล้าเป็นสำริดฝังเส้นเงินทำให้ดูวิจิตรตระการตามากขึ้น

(น.125)

HuangHe91.jpg

รูป 91 หม้อติ่งฝาเป็นรูปนกกระเรียน

"Ting" with a crane on its' lid.

(น.126) ตู้เย็นโบราณ วิธีการใช้คือ ตอนหน้าหนาว ไปตัดน้ำแข็งมาไว้ห้องใต้ดินที่ความร้อนเข้าไม่ถึง เมื่อถึงหน้าร้อนเอาภาชนะสี่เหลี่ยม ในภาชนะนั้นวางแช่เหล้า กวีชวีหยวนแต่งไว้ว่าบดขนมไว้กินพร้อมเหล้าเย็น

สมัยราชวงศ์ฮั่น เว่ย (ก๊กของโจโฉ) จิ้น ราชวงศ์เหนือใต้ มีรูปอาคารจำลองทำด้วยเครื่องปั้นดินเผาสำหรับฝังลงไปในสุสาน หวังว่าบุคคลผู้ตายจะมีความเป็นอยู่ในปรโลกเหมือนเมื่อยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนั้นยังมีนักดนตรี นักละคร พวกคนแคระ ซูโม่ อาวุธต่างๆ สันนิษฐานว่าสมัยราชวงศ์ฮั่นและถังนำการแสดงซูโม่ไปที่ญี่ปุ่น จนปัจจุบันคนญี่ปุ่นถือว่าซูโม่เป็นกีฬาสำคัญ

มีภาพฝาผนังสมัยราชวงศ์ฮั่น ขุดพบใน ค.ศ. 1980 บริเวณมณฑลเหอหนานภาคตะวันออก สุสานนี้สวยมาก (เขาว่ากัน)

ขึ้นไปชั้นสอง มีศิลาจารึกราชวงศ์จิ้น เป็นข้อมูลล้ำค่าที่สุด แสดงประวัติการตั้งโรงเรียนหลวง มีรายชื่อครูและนักเรียน นอกจากนั้นมีบันทึกว่าจักรพรรดิเคยเสด็จทอดพระเนตรที่นี่ 3 ครั้ง จารึกลายนก ลายเป็นภาพสุริยุปราคา สมัยราชวงศ์ฮั่น

สมัยราชวงศ์ฮั่น มีรูปยุ้งข้าวสำหรับเอาไว้ในสุสาน พิมพ์ของลูกศร สมัยนั้นเริ่มเป็นสมัยเหล็ก มีการถลุงเหล็กหลายแห่ง

สมัยราชวงศ์สุยและถัง ในเมืองลั่วหยัง สมัยราชวงศ์สุยเมื่อ 1,500 ปีมาแล้วเน้นความสมดุลมีอาคารที่พระนางบูเช็กเทียนเคยประทับและทรงงานว่าราชการ แต่ภายหลังถูกไฟไหม้ ใน ค.ศ. 1980 พบซากรากฐาน

(น.126)

HuangHe92.jpg

รูป 92 ตุ๊กตานักดนตรี

Figurines of musicians.

(น.127)

HuangHe93.jpg

รูป 93 พระพุทธรูปลัทธิตันตระ

Tantric Buddha image.

(น.127) อีกอย่างหนึ่งคือ ได้พบแผ่นทองจารึกพระนามของบูเช็กเทียน เรื่องมีอยู่ว่าพระนางประชวรหวัดอย่างรุนแรง จึงนึกขึ้นมาได้ว่าคงจะต้องทำสิ่งเลวร้ายอย่างใดอย่างหนึ่ง เคราะห์กรรมจึงบันดาลให้เป็นแบบนี้ จึงคิดล้างบาปโดยการนำแผ่นทองจารึกพระนามและให้ขันทีชื่อหูเชานำไปไว้ที่ภูเขาซงซานใน ค.ศ. 700 ใน ค.ศ. 1980 ชาวนาพบเข้านำมาให้พิพิธภัณฑ์ (เราสองคนเห็นจะบาปหนาจึงคัดจมูกกันทั้งปี แต่คงไม่มีเงินมาทำนามบัตรทอง ต้องทาวิกไปพลางๆ ก่อน)

พระพุทธรูปในลัทธิมี่จง (ตันตระ) พระพักตร์งาม อวบอิ่มแบบผู้หญิงสมัยราชวงศ์ถัง มีพักตร์ 11 พระหัตถ์ 6

(น.128)

HuangHe94.jpg

รูป 94 เครื่องสำริดโต๊ะวางถ้วยเหล้าลายมังกรดั้นเมฆ

Bronze table for drinking cups with dragons sporting in the clouds.

(น.128) สมัยราชวงศ์ซ่งและหยวน ตอนนี้เวลาชักน้อย ไม่มีเวลาจะดูแล้วจึงจดอะไรไม่ค่อยได้ กลับไปดูส่วนที่แสดงเรื่องการแสดงพื้นบ้าน ซึ่งในแถบนี้ของจีนมีชื่อมาก แสดงการเชิดหุ่นไม้และหุ่นน้ำ (ฉันเคยเห็นแต่หุ่นน้ำของเวียดนาม)

สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ (ค.ศ. 960-1127) มีหีบศพทองคำที่เก็บพระธาตุ เก็บไว้ที่ใต้ฐานเจดีย์

หอดาราศาสตร์ที่ใช้เป็นรูปแบบของพิพิธภัณฑ์นี้

(น.128)

HuangHe95.jpg

รูป 95 รูปสัตว์สำริด

Bronze animal.

(น.129)

HuangHe96.jpg

รูป 96 รูปบ้านดินเผาที่พบในสุสานสมัยราชวงศ์ฮั่น

Model of an earthen house found in the tomb of the Han Dynasty.

(น.129) ลงลิฟต์มาชั้นล่าง เข้าห้องเก็บเครื่องหยก ที่เก่าแก่ที่สุดอายุ 4,500 กว่าปี เป็นหยกหนานหยัง เครื่องหยกตู๋ซาน ใช้เป็นเงินตราได้

ที่สุสานของสนมเอกฟู่เห่าพบเครื่องหยก เป็นหยกจากเมืองเหอเถียนในภูมิภาคปกครองตนเองซินเกียง เป็นเครื่องประกอบพิธีต่างๆ หินหยกที่ทำเป็นเสื้อผ้าของศพ เพราะคนจีนเชื่อว่าหยกช่วยไม่ให้ศพเน่าเปื่อย สมัยราชวงศ์ฮั่น สมัยชุนชิว มีหยกแสดงไว้ 800 ชิ้น

อีกห้องทำโมเดลสิ่งก่อสร้างในสุสาน มีจำนวนมากและค่อนข้างจะใหญ่กว่าที่เคยเห็นที่อื่น มีทั้งยุ้งข้าว บ้านเรือนมีนกเกาะ

เครื่องสำริดของแคว้นฉู่ สมัยชุนชิว มีโต๊ะวางถ้วยเหล้า ลายเมฆ พบที่มณฑลเสฉวน เทคนิคที่ใช้คือ การเผาไล่ขี้ผึ้ง (Lost wax) เป็นวิธีที่โบราณ 2,600 กว่าปีแล้ว

(น.130)

HuangHe97.jpg

รูป 97 งาช้างแกะเป็นรูปหัวผักกาดมีแมลงเกาะ สมัยราชวงศ์ชิง

Ivory lettuces and insects, Qing Dynasty.

(น.130) ติ่ง 7 ใบ มีกระดูกอยู่ข้างใน ลวดลายเป็นเฉินโซ่ว สัตว์ในนิยาย ฝังเพชรพลอย หนวดถอดออกมาได้

งาช้างแกะเป็นรูปหัวผักกาด แล้วระบายสีเหมือนของจริงมาก ผักมีจิ้งหรีด แมลงเต่าทองเกาะ ทางพิพิธภัณฑ์ซื้อมา

พิพิธภัณฑ์นี้ของสวยงามจริงๆ การจัดแสดงก็ดี เพราะเป็นอาคารใหม่ คนอธิบายก็ดี

Personal tools