หอสมุดแห่งชาติ

From Chinesestudies

Jump to: navigation, search


Contents


จากหนังสือ

หวงเหออู่อารยธรรม

หวงเหออู่อารยธรรม หน้า 199-207

HuangHe150.jpg

รูป 150 หอสมุดแห่งชาติปักกิ่ง สนทนากับศาสตราจารย์ เหรินจี้อวี๋ ผู้อำนวยการ

At the National Library. Meeting with Professor Ren Jiyu, the Director.

(น.199) ช่วงบ่ายไปหอสมุดแห่งชาติ ที่จริงที่ไปเที่ยวนี้เพราะตอนที่ไปประชุม ICAI ที่ Berkeley ไปพบคุณซุนเฉิงเจียน ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการ ประพจน์จำได้ไหมที่เขาแนะนำที่งานเลี้ยงที่ Modern Art Museum ดูเขาไม่ค่อยจะสันทัดภาษาอังกฤษนัก ฉันไปคุยภาษาจีน (ที่จริงก็แบบไม่ค่อยจะสันทัดเหมือนกัน) เขาก็เลยชอบใจ นัดกันว่าตอนฉันไปเมืองจีน จะได้เจอกันอีกที

ที่ห้องรับรอง ผู้อำนวยการชื่อ ศาสตราจารย์เหรินจี้อวี๋กล่าวต้อนรับ อาจารย์เหรินอายุ 84 ปีแล้ว สมองยังดีแต่ว่าเดินไม่สะดวกนักแล้ว เข้าใจว่าคุณซุนคงเป็นคนช่วยงานบริหารต่างๆ ท่านผู้นี้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปรัชญาและศาสนา

(น.200)

HuangHe151.jpg

รูป 151 ดูนิทรรศการที่หอสมุด

Exhibition in the Library.

(น.200) ศาสตราจารย์เหรินกล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนไม่ใช่ความสัมพันธ์ธรรมดาเหมือนประเทศอื่น แต่เป็นความสัมพันธ์ฉันญาติมิตร วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบฉัน รู้สึกดีใจมาก แต่ว่าได้เคยอ่านหนังสือที่ฉันแต่งหลายเล่ม ชมความรู้เรื่องจีนของฉัน และชมว่าเป็นผู้เชื่อมความสัมพันธ์ไทยจีน เมื่อกล่าวจบได้ให้หนังสือเกิงจือถู เป็นหนังสือบทกวีจีนและภาพจีนที่เกี่ยวกับการทำไร่ไถนาและการทอผ้า เขียนในสมัยราชวงศ์ซ่ง ผู้เขียนชื่อโหลวสวี บางคนกล่าวว่า หนังสือเล่มนี้ปัจจุบันเหลือเพียงกลอน 35 บทเท่านั้น บ้างก็ว่าสูญหายไปหมดแล้ว ศาสตราจารย์เหรินอธิบายว่าเป็นธรรมเนียมของคนจีนแต่โบราณที่ผู้ชายจะทำนา ผู้หญิงทอผ้า ฉบับนี้เพิ่งพิมพ์เมื่อ ค.ศ. 1999 นี่เอง เป็น facsimile ส่วนของอีกอย่างคือ แผ่นซีดีเกี่ยวกับหอสมุด

(น.201)

HuangHe152.jpg

รูป 152 ดูหนังสือโบราณหายาก

Ancient rare books.

(น.201) ที่จริงฉันมาที่หอสมุดแห่งนี้เป็นครั้งที่ 4 แล้ว ไม่จำเป็นต้องบรรยายอะไรมาก

ดูนิทรรศการหนังสือเก่า ผู้บรรยายคือ หัวหน้าฝ่ายหนังสือโบราณหายากชื่อ คุณหวงรุ่นหวา หนังสือเหล่านี้รวบรวมหลังสมัยปลดแอก ใน ค.ศ. 1937 ทหารญี่ปุ่นบุกเข้ายึดมณฑลซานซี พวกทหารปาลู่จวินบอกชาวบ้านให้เอาหนังสือและของมีค่าไปซ่อน หลังจากปลดแอกปักกิ่งในเดือนมกราคม ค.ศ. 1949 รัฐบาลปักกิ่งขอให้รัฐบาลท้องถิ่นส่งหนังสือเหล่านี้มาเก็บไว้ที่ปักกิ่ง มีทั้งหมด 4,800 กว่าเล่ม อยู่ในสภาพที่ไม่ดี จึงต้องซ่อมแซมใช้เวลานานถึง 17 ปี เล่มแรกที่ดูเป็นหนังสือคัมภีร์ปรัชญาปารมิตาสูตรที่เขียนในราชวงศ์จิน ได้มาจากวัดกวงเซิ่งซื่อ

หนังสือหัวเหยียนจิง หรืออวตังสกสูตร

(น.202) คัมภีร์ฉบับตัวเขียนที่มาจากถ้ำตุนหวง เช่น คัมภีร์ปรัชญาปารมิตาสูตร เป็นต้น

หนังสือเกี่ยวกับมาร์โคโปโลฉบับลายมือเขียน เขียนในคริสต์ศตวรรษที่ 15

บทสวดสรรเสริญกวนอิมพันกรเขียนในราชวงศ์ชิง

สำเนาจารึกพระไตรปิฎกฉบับฝังซานมี 1,500 กว่าหลักที่ประพจน์อยากดู ฉันเคยไปดูมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นกำลังเริ่มทำสำเนา (rubbing) ทำสำเร็จแล้วก็เลยจับฝังลงไปในดินอย่างเดิมเพราะกลัวจะเสียหาย สำเนามีอยู่ 2 ชุดคือ อยู่ที่หอสมุดนี้กับอยู่ที่พุทธสมาคม ฉันถามถึงฉบับพิมพ์ เขาว่าไม่มี เห็นจะต้องถามอีก มีรูปวัดตั้งแต่สมัยก่อน แล้วถูกญี่ปุ่นระเบิดซ่อมใหม่ใน ค.ศ. 1949

หนังสือกระดูกสมัยราชวงศ์ซัง หลังจากปลดแอกแล้ว มีนักสะสมนำมามอบให้หอสมุดแห่งชาติ

(น.202)

HuangHe153.jpg

รูป 153 แผนที่จีนโบราณ

Ancient map of China.

(น.203)

HuangHe154.jpg

รูป 154 แผนที่ฝรั่งโบราณ

Ancient map drawn by westerners.

(น.203) มีที่เก็บแผนที่โบราณสมัยราชวงศ์ซ่ง ผู้เขียนคือ หวงซัง ลักษณะเป็นสำเนาแผนที่กว้าง 184 เซนติเมตร ยาว 98 เซนติเมตร พื้นที่ฝั่งทะเลแถวๆ ฮ่องกง หู่เหมิน ก่วงโจว อีกแผ่นหนึ่งเป็นสำเนาแผนที่แถวๆ มณฑลเจียงซี เขียนสมัยราชวงศ์หมิง ลักษณะแผนที่เหล่านี้คล้ายๆ แผนที่ไทยที่หมู (สันทนีย์) กำลังเขียนวิทยานิพนธ์ แต่เขาบอกชื่อคนเขียนได้ ของเราบอกไม่ได้ แม้แต่ว่าเป็นของที่หน่วยงานไหนทำ และทำเมื่อไร

แผนที่ของหวงซังที่กล่าวมานั้น เขาทำถวายอ๋ององค์หนึ่ง ผู้ซึ่งต่อมาได้เป็นจักรพรรดิซ่งหนิงจง (ค.ศ. 1194-1224) มี 8 ฉบับ ที่เห็นนั้นเป็น 1 ใน 8 ที่ทำถวาย หวงซังพยายามเน้นเขียนพื้นที่ขอบชายแดนของจีน เพื่อให้จักรพรรดิระลึกว่า จีนกำลังถูกรุกรานจากพวกซีเซี่ย พวกกิมก๊ก พวกมองโกล ปลุกใจให้ยึดดินแดนกลับคืนมา ทำถวาย ค.ศ. 1190 แผนที่นี้มาตราส่วน 1 : 2,500,000 ค.ศ. 1247 มีคนแถวทางใต้เอาไปจารึกบนหิน ตัวแผนที่เล็กกว่าแผ่นจารึกเล็กน้อย

ในหมวดแผนที่ยังมีแผนที่ atlas ชื่อว่า Le Grand Atlas ของ Johan Blaeu พิมพ์ในฮอลแลนด์ แสดง Boston Habor

แผนที่อีกเล่มเป็นแผนที่ยุโรป พิมพ์ ค.ศ. 1526 ชื่อ Theatrum Orbis Terrarum

(น.204) หนังสือของชนชาติส่วนน้อย สมัยราชวงศ์ชิง ค.ศ. 1720 เป็นอักษรมองโกล เป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎก เรียกว่า กานจูเอ่อร์ แกะสลักบนแผ่นไม้

ที่อำเภอเต๋อเก๋อ มณฑลเสฉวน เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมทิเบตที่สำคัญ เป็นแหล่งพิมพ์หนังสือพุทธศาสนาเป็นภาษาทิเบต ค.ศ. 1950 รัฐบาลกลางส่งคนไปนำต้นฉบับมาเก็บไว้ที่หอสมุด 107 ผูกและพิมพ์ด้วยกระดาษธรรมดา ที่มณฑลชิงไห่ วัดถาเอ่อร์ ก็มีคัมภีร์ภาษาทิเบตที่หอสมุดรวบรวมมาไว้ หนังสือคนกลุ่มน้อยที่พิมพ์ที่สิบสองปันนา ในมณฑลยูนนานเป็นคัมภีร์ใบลาน

(น.204)

HuangHe155.jpg

รูป 155 หนังสือบทกวีจีน

A book of Chinese poetry.

(น.205) มีตู้เก็บเอกสาร ลายมือของบุคคลสำคัญ เมื่อเสียชีวิตแล้วครอบครัวหรือคนใกล้ชิดให้ห้องสมุด หนังสือชุดหย่งเล่อต้าเตี่ยน ซึ่งจัดทำขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ แห่งราชวงศ์หมิง รวบรวมเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1408 เป็นประมวลหนังสือที่แยกหมวดหมู่ตามเนื้อเรื่อง นอกจากนั้นมีต้นฉบับลายมือของนักเขียนจีนมีชื่อ เช่น ปาจินที่เขียนนวนิยายเรื่อง บ้าน หลู่ซวิ่นเขียนเรื่องซานเว่ยซูอู เฉาอวี๋เขียนเรื่อง ฝนฟ้าคะนอง กัวมัวรั่วเขียนเรื่อง ชวีหยวน อัลบั้มส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลและหลิวเซ่าฉีตอนไปเยือนต่างประเทศ หนังสือส่วนตัวของท่านโจวเอินไหล มีหนังสือ Das Kapital ของ Karl Marx จดหมายของ Karl Marx หนังสือเรื่อง ประชาธิปไตยใหม่ของประธานเหมา หนังสือโบราณของตะวันตกสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15

ห้องนี้ยังเก็บของโบราณ เช่น จารึกกระดองเต่า หนังสือเขียนบนไม้ไผ่สมัยราชวงศ์ฮั่นที่มาจากสุสานหม่าหวังตุย

ไปที่ห้องอ่านหนังสือ มีพจนานุกรมศัพท์หมวดภาษาต่างประเทศเทียบภาษาจีน จักรพรรดิหงอู่โปรดเกล้าให้จัดทำ หลังการตั้งสำนักงานต่างประเทศ (ซื่ออี๋ก่วน) ใน ค.ศ. 1382 เพื่อเป็นแบบเรียนของพวกล่าม มีหลายภาษา เช่น มองโกล ไทย พม่า และอื่นๆ มีคำศัพท์เป็นหมวด เช่น ประตู หน้าต่าง ศาลา มีตัวอักษรและเสียงอ่าน พจนานุกรมนี้มีชื่อว่า หัวอี๋อี้อวี่

หนังสือ เชียนเจียซือ เป็นหนังสือรวมบทกวี 1,000 บทสมัยราชวงศ์ถังและซ่ง หลิวเค่อจวงเป็นผู้รวบรวมในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (ค.ศ. 1127-1279) แยกเป็นหมวดหมู่ เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไป ของเดิมคงจะสูญหายไปแล้ว ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มีไม่กี่สิบบท และไม่ใช่ของหลิวเค่อจวงรวบรวม แต่ยังใช้ชื่อ เชียนเจียซือ เป็นหนังสือที่ชาวจีนใช้สอนลูกหลานให้ท่องจำบทกวีดีๆ ฉบับที่ดูนี้อายุ 500 กว่าปีช่วงกลางสมัยราชวงศ์หมิง เป็นหนังสือเขียนด้วยลายมือและมีภาพประกอบด้วย ผู้อำนวยการบอกว่าได้เคยทำสำเนาถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว (แต่ฉันนึกไม่ออก)

(น.206)

HuangHe156.jpg

รูป 156 หนังสือแผนที่โบราณ

Ancient Atlas Book.

(น.206) ผู้อำนวยการศาสตราจารย์เหรินลาไป ส่วนเราไปดูต่อส่วนที่เป็นเทคโนโลยี คุณซุ่นอี้กังบรรยายให้เห็นถึงการบริการของหอสมุดแห่งชาติ ในระยะ 4 ปีได้ปรับปรุงการบริการโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเทคนิค เตรียมจะทำห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (digital library) ต้องจัดผู้ให้บริการ คอย digitize ข้อมูลต่างๆ และต้องมี webmaster คอยดูแล website ของหอสมุด ขณะนี้แม้หนังสือที่เป็นกระดาษก็จะลงทะเบียนเก็บข้อมูลทั้งหมดในคอมพิวเตอร์ ขณะนี้ยังไม่เสร็จ ต่อไปรายการหนังสือจะลง internet ขณะนี้มี website ของหอสมุด คือ www.nlc.gov.cn มีข้อมูลน่าสนใจแต่เสียที่กดแล้วมาช้า (เครื่องของฉันอาจจะไม่ดีเองก็ได้)

ส่วนที่เป็น digital library นั้นขณะนี้ทำเป็น intranet ให้ดูภายในหอสมุด ยังไม่ปล่อยลง internet มีเรื่องธรรมชาติวิทยา มีเสียงอธิบาย มีภาพวีดีโอ ที่ดีมากคือ เรื่องกวีจีน มีชื่อกวีพร้อมรูป click ตรงที่เป็น hypertext จะออกมาเป็นประวัติของกวี มีเสียงอ่านบทกวีให้ด้วย ศัพท์ที่ยากจะทำเป็น hypertext เมื่อ click แล้วจะมีคำอธิบายศัพท์

(น.207) มีช่างที่เขาไปมาหาสู่กับหอสมุดทำตราชื่อฉัน ตัวตราทำเป็นรูปแพะ เป็นการบังเอิญเพราะเขาไม่ทราบว่าฉันปีแพะ

หอสมุดมีร้านหนังสือของตัวเอง ปกรณ์เขาอยากไปร้านหนังสือ แต่บอกว่าร้านหนังสือยักษ์ที่ไปกันเมื่อปีที่แล้วนั้นไม่เอาเพราะว่าหาอะไรไม่พบเลย แถมบริการช้ามาก ที่หอสมุดนี้หนังสือดีๆ มีมาก เพราะเขาเลือกหนังสือดีจากทุกสำนักพิมพ์

"ไอรัก" คืออะไร?

"ไอรัก" คืออะไร? หน้า 11-17

(น.11)

07.20 น. รับประทานอาหารเช้า
08.00 น. ไปหอสมุดแห่งชาติปักกิ่ง

เมื่อไปถึงนายถังเชาหมิง รองผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นบรรณารักษ์ นักวิจัย ต้อนรับ อธิบายว่าหอสมุดนี้เปิดมาตั้งแต่ ค.ศ. 1912 หนังสือส่วนหนึ่งของห้องสมุดนี้มาจากหอสมุดหลวงสมัยราชวงศ์ซ้องใต้ 700 ปีมาแล้ว หอสมุดเดิมสร้างปี 1930 อยู่ที่เป่ยไห่ ค.ศ. 1987 สร้างหอสมุดหลังใหม่ มีเนื้อที่ 140,000 ตารางเมตร เก็บหนังสือได้ 20 ล้านเล่ม (ขณะนี้มีกว่า 16 ล้านเล่ม ภาษาจีน 40% ภาษาต่างประเทศ 60%) ห้องอ่านหนังสือ 30 ห้อง ทุกวันมีคนมาอ่านหนังสือประมาณ 5,000 คน (มีที่นั่ง 2,000 ที่)


Ar_012_006.jpg

(น.12) รูป 6 หอสมุดแห่งชาติปักกิ่ง

Peking's National Library.


Ar_012_007.jpg

รูป 7 ดูภาพฝาผนังที่หอสมุดปักกิ่ง

Looking at the mural paintings in the Peking's National Library.

(น.13) มีเจ้าหน้าที่ 2,500 คน การก่อสร้างออกแบบให้ทนทานแผ่นดินไหวได้ระดับ 8

ห้องสมุดนี้เป็นที่รวบรวมหนังสือมากที่สุด เพราะว่าหนังสือทุกเล่มที่พิมพ์ในประเทศต้องส่งให้ห้องสมุด 3 เล่ม หนังสือต่างประเทศก็มีมาก เพราะเขามีสัญญาแลกเปลี่ยนหนังสือกับต่างประเทศประมาณ 100 ประเทศ มีหนังสือโบราณหายากประมาณ 260,000 เล่ม เช่น ต้นฉบับเอกสารจากถ้ำตุนหวง จารึกบนกระดองเต่าและกระดูกสัตว์สมัยราชวงศ์ชาง (1,100 ก่อนคริสตกาล) คัมภีร์พุทธศาสนาจากอำเภอเจ้าเฉิง ปทานุกรมหย่งเล่อต้าเตี่ยน และชื่อขู่ฉวนฉู่ (วรรณกรรม 4 ประเภทที่รวบรวมขึ้นในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง) มีเอกสารที่เย็บแบบโบราณถึง 2 ล้านเล่ม

หนังสือที่พิมพ์ขึ้นทั้งที่เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส จีนหลังสมัยปฏิวัติ 1949 และงานเขียนของนักประพันธ์จีนมีชื่อเสียง

นอกจากนั้นยังรวบรวมเอกสารหลักฐานประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก วารสารและหนังสือพิมพ์ 1,400 ฉบับ (115 ภาษา) โสตทัศนูปกรณ์ เช่น วิดีโอ แผ่นวิดีโอดิสก์ เลเซอร์ดิสก์ คอมแพคดิสก์ คอมพิวเตอร์ ระบบ CD-Rom ระบบคอมพิวเตอร์ NEC ACOS 630

มีโครงการเก็บหนังสือโบราณ ควบคุมอุณหภูมิ และความชื้น มีระบบป้องกันไฟ การบริการผู้อ่านโดยใช้ไมโครฟิล์ม เครื่องถ่ายเอกสาร จัดนิทรรศการ จัดการบรรยายทางวิชาการ ฉายภาพยนตร์ สมาชิกห้องสมุดที่มีบัตรสามารถยืมหนังสือได้ทั้งหนังสือจีนและต่าง


Ar_014_008.jpg

(น.14) รูป 8 ถ่ายรูปหมู่

Group photograph.


Ar_014_009.jpg

รูป 9 ดูพิพิธภัณฑ์ของหอสมุด

Visiting the museum within the National Library building.

(น.15) ประเทศ ผู้ใช้สามารถถามข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือได้โดยโทรศัพท์เข้ามาและเขียนจดหมาย ห้องสมุดมีหน้าที่ทำบรรณานุกรม ดรรชนีค้นเรื่อง

มีห้องแสดงวิวัฒนาการของการเขียนหนังสือจีน เทียบอักษรสมัยต่างๆ ตัวหนังสือสลักบนกระดองเต่าและโลหะ ไม้ไผ่ พบในสุสานหม่าหวังตุย สมัยราชวงศ์ฮั่น กระดาษสมัยต่างๆ การพิมพ์หนังสือ สมัยราชวงศ์ซ้อง การทำบล็อกดินเผา

ดูหนังสือ Sì Kŭ Quán Shŭ ซึ่งเป็นหนังสือที่รวบรวมความรู้สี่ประเภทของจีน ได้แก่

  1. คัมภีร์ศาสนา หน้าปกสีเขียว เปรียบกับฤดูชุนเทียน (ฤดูไม้ผลิ)
  2. คัมภีร์ปรัชญา หน้าปกสีเหลือง เปรียบกับฤดูชิวเทียน (ฤดูใบไม้ร่วง)
  3. คัมภีร์เบ็ดเตล็ด หน้าปกสีเทา เปรียบกับฤดูตงเทียน (ฤดูหนาว)
  4. คัมภีร์ประวัติศาสตร์ หน้าปกสีแดง เปรียบกับฤดูเซี่ยเทียน (ฤดูร้อน)


Ar_016_010.jpg

(น.16) รูป 10 ดูหนังสือโบราณ

Ancient books.


Ar_016_011.jpg

รูป 11 สายพานส่งหนังสือ

Conveying belts for delivering books.

(น.17) รวมทั้งหมดเป็นพันๆ เล่ม หนังสือนี้จักรพรรดิเฉียนหลงมีพระราชโองการให้รวบรวมเขียนด้วยลายมือทั้งหมด (ทั้งๆ ที่ในเวลานั้นมีการพิมพ์แล้ว) สร้างไว้ 7 ชุด ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 3 ชุด เก็บรักษาไว้ที่ปักกิ่ง ไต้หวัน และหลานโจว ตอนกบฏไท้เผ็งถูกทำลายไป 3 ชุด เมื่อตอนที่กองทัพผสม 8 ชาติเข้าเผาวังหยวนหมิงหยวนถูกทำลายไปอีกชุดหนึ่ง เขาบอกว่าธรรมดาไม่ให้คนอื่นดูคัมภีร์นี้ตัวจริง ผู้ที่ต้องการศึกษาต้องอ่านจากไมโครฟิล์ม คนที่จับหนังสือต้องใส่ถุงมือ

เดินผ่านสวนกลางตึก เขาจัดดอกไม้สวยงาม มีหอนั่งเล็กๆ อยู่ตรงกลาง การจัดเช่นนี้มีคำอธิบายว่าหอสมุดกรุงปักกิ่งตั้งอยู่ในสวนซื่อจูหยวน จึงต้องทำสวนดอกไม้ไว้ด้วย ตามคำกล่าวว่า หอในสวน สวนในหอ

ไปที่เคาน์เตอร์สำหรับยืมหนังสือคืนหนังสือ เนื่องจากห้องเก็บหนังสือของเขาใหญ่มาก เป็นตึกสูง 19 ชั้น ประชาชนไปหยิบเองจะต้องเสียเวลามาก วิธีประหยัดเวลาคือมาที่เคาน์เตอร์นี้ กรอกบัตรว่าต้องการหนังสืออะไร ส่งให้เจ้าหน้าที่ไปค้น และส่งหนังสือมาที่เคาน์เตอร์ โดยทางสายพานอัตโนมัติ เขาอวดว่าใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ไม่เกินนั้น ส่วนคนที่มาคืนก็ให้เจ้าหน้าที่ใส่สายพานไปเก็บ พอดีมีนักเคมีท่านหนึ่งมาคืนหนังสือ จึงได้ดูเป็นตัวอย่าง

ที่จริงแล้วเจ้าหน้าที่หอสมุดยังมีที่เตรียมไว้ให้ดูอีก แต่ว่าไม่มีเวลาแล้ว เพราะต้องไปพบท่านประธานหยางช่างคุน จึงบอกเขาว่าโอกาสหน้าอยากมาที่ห้องสมุดนี้อีก

เกล็ดหิมะในสายหมอก

เกล็ดหิมะในสายหมอก เล่ม 1 ปักกิ่ง หน้า 26-47

Sf1_026_015.jpg

(น.26) รูป 15 หนังสือที่หายากที่ห้องสมุดปักกิ่ง

(น.26) เดินทางไปหอสมุดแห่งชาติปักกิ่ง รองผู้อำนวยการออกมารับข้างนอก ท่านผู้อำนวยการถังเซ่าหมิงคอยรับอยู่ในห้องเดิมที่ข้าพเจ้าเคยมา ท่านบอกว่าดีใจที่ได้ต้อนรับข้าพเจ้าอีก คราวนี้ในหน้าหนาว หลังจากที่มาคราวก่อนประมาณปีครึ่งมาแล้ว ข้าพเจ้าบอกว่าคราวที่แล้วได้ดูไม่ครบ เพราะว่าต้องรีบไปเยี่ยมคำนับท่านประธานาธิบดี หยางซ่างคุน เขาว่าก็ดีใจที่ข้าพเจ้ามาอีก หอสมุดแห่งนี้เก็บหนังสือเก่าที่สำคัญของประเทศ มีหนังสืออายุถึง 3,500 กว่าปี เป็นคลังมหาสมบัติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน


Sf1_027_016.jpg

(น.27) รูป 16 อ่านไมโครฟิล์ม

(น.27) เป็นหน้าต่างประวัติศาสตร์ที่เปิดออกสู่โลกภายนอก การที่ข้าพเจ้ามาดูเป็นรายแรกเมื่อมาถึงก็แสดงว่าข้าพเจ้าสนใจวัฒนธรรมจีน หวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน วันนี้ท่านเชิญหัวหน้าหน่วยต่างๆที่เกี่ยวข้องมาด้วย เช่น หัวหน้าคลังเก็บหนังสือ หัวหน้าไมโครฟิล์ม หัวหน้าฝ่ายห้องอ่านหนังสือ หัวหน้าฝ่ายหนังสือพิมพ์ หัวหน้าฝ่ายห้องโสตทัศนูปกรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักห้องสมุด


Sf1_028_017.jpg

(น.28) รูป 17 อ่านไมโครฟิล์ม


Sf1_028_018.jpg

รูป 18 อ่านไมโครฟิล์ม

(น.29) ในระยะปีครึ่งจากที่ข้าพเจ้ามาครั้งก่อน หอสมุดพัฒนาได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะได้งบประมาณน้อย ราคาหนังสือก็สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ได้พยายามพัฒนากิจการงานไปเรื่อยๆ การเก็บหนังสืออ้างอิง (เช่นพวก Almanac) แต่ก่อนเก็บได้ 200 กว่าชนิด จำนวนที่ออกมาทั้งประเทศ 600 กว่าชนิด ปัจจุบันเก็บได้เพิ่มเป็น 500 กว่าชนิดแล้ว เพื่อให้สะดวกแก่ผู้อ่านเขาจัดเป็นนิทรรศการเล็กๆ นอกนั้นเก็บหนังสือจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นต่างจังหวัด ระดับอำเภอขึ้นไป ที่นี่เป็นศูนย์กลางเก็บได้ 5,000 กว่าชนิด หนังสือพวกนี้เป็นข้อมูลพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วย

นอกจากนั้นยังพัฒนาในด้านการใช้เครื่องมือ มีห้องเก็บบัตรรายการหนังสือ มีการแลกเปลี่ยนหนังสือกับประเทศต่างๆรวมทั้งประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หอสมุดได้ส่งคณะผู้แทนไปดูงานที่กัวลาลัมเปอร์ ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการหอสมุดสิงคโปร์ก็มาดูงานที่นี่ ต่อไปจะส่งเจ้าหน้าที่หญิงของหอสมุดอีก 2 คน ไปดูงานหอ สมุดที่มาเก๊า

เจ้าหน้าที่ทางหอสมุดที่นี่เคยพบกับเจ้าหน้าที่หอสมุดไทย และคิดว่าควรจะมีความสัมพันธ์กันมากกว่านี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยมาชมหอสมุดจีน และเร็วๆนี้หอสมุดได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการศึกษาแห่ง ชาติ ให้คัดเลือกเจ้าหน้าที่ไปศึกษาภาษาไทยในประเทศไทย เขาเลือกคุณหยูซูเจี๋ย หัวหน้าแผนกหนังสือพิมพ์ ซึ่งเคยเรียนภาษาเวียดนามมาแล้วไปประเทศ


Sf1_030_019.jpg

(น.30) รูป 19 Rubbing ศิลาจารึกจีน


Sf1_030_020.jpg

รูป 20 Rubbing ศิลาจารึกจีน

(น.30) แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเดินทางแน่นอน หวังว่าจะปฏิบัติงานด้านการเก็บและบริการหนังสือภาษาไทยได้ดีขึ้น

ความก้าวหน้าอีกด้านหนึ่งคือด้านการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลหนังสือ หลังปี 1988 หอสมุดบันทึกรายชื่อหนังสือด้วยคอมพิวเตอร์แทนการใช้บัตรรายการ ทำได้ประมาณ 200,000 เล่ม เดือนนี้จะเปิดบริการเครื่องคอมพิวเตอร์เอาไว้หน้าห้อง เพื่อ


Sf1_031_021.jpg

(น.31) รูป 21 ต้นฉบับหนังสือโบราณ

(น.31) ให้ผู้เข้าใช้บริการห้องสมุดได้ค้นหาหนังสือที่ต้องการได้ด้วยตนเอง เขาให้รายชื่อหนังสือภาษาจีนที่เกี่ยวกับประเทศไทยที่เป็น print out จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้าพเจ้าถามว่า ถ้ามีงบประมาณมากกว่านี้เขาอยากปรับปรุงด้านไหนก่อน เขาบอกว่าประการแรกอยากเก็บหนังสือให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือภาษาจีน ปรับปรุงระบบเรียกหนังสือคืน (เข้าใจว่าเป็นการจัดระบบคอมพิวเตอร์ มีรายละเอียดของผู้ยืม ซึ่งจะทำให้ทวงหนังสือคืนได้ง่าย) ประการที่

(น.32) สองอยากจะให้มีระบบที่ทันสมัย เช่น เพิ่มงานด้านคอมพิวเตอร์ Laser disk เทป และวีดีโอ ข้าพเจ้าถามว่าได้ใช้ CD-ROM บ้างหรือเปล่า เขาว่างานด้านนี้กำลังอยู่ในขั้นวิจัย ยังไม่ได้ใช้จริง ส่วนใหญ่ใช้บันทึกหนังสือโบราณของจีน

เขาจะพาข้าพเจ้าดูระบบการทำ microfilm, microfiche หนังสือโบราณ งานซ่อมแซมหนังสือโบราณซึ่งต้องใช้ฝีมือมาก การเรียกหนังสือ การเก็บหนังสือภาษาไทย หนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ หนังสือพิมพ์จีน ไทย และอื่นๆ (นี่เป็นรายการที่กะจะให้ดูจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ดูทุกอย่าง)

ก่อนไปดูงานถ่ายรูปร่วมกัน

งานแรกคือดูหนังสือเก่าที่ไม่ให้ใครดู คุณหลี่จี้หนิง หัวหน้าแผนกหนังสือหายากเป็นผู้นำชม ข้าพเจ้าเคยเข้าในห้องนี้แล้ว แต่ไม่ได้ดูหนังสือที่เขาจัดมาวันนี้

มีหนังสือชุด 2 เล่ม เกี่ยวกับการเล่นงิ้วปักกิ่งของคณะงิ้วสมัยราชวงศ์ชิงที่ได้เล่นในพระราชวังเสมอๆ มีภาพเขียนตัวงิ้วหลายตัว เช่น รูปพระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ที่แปลงกายเป็นหญิงชรา รูปโจโฉ สมัยก่อนมักทำเป็นรูปโจโฉหน้าขาว แต่ปัจจุบันหลายสี รูปหวังเทียนป้า ซึ่งเป็นพวกบู๊ลิ้มคนหนึ่ง รูปเทวดาดูแลดิน รูปทวารบาล แต่ละภาพเขียนลวดลายละเอียดมาก เส้นสีทองใช้ทองคำเปลว สวยงามจริงๆ เขาอธิบายว่าในปัจจุบันเมื่อจะสร้างเครื่องแต่งตัวงิ้วใหม่ก็ศึกษาได้จากสมุดภาพนี้


Sf1_033_022.jpg

(น.33) รูป 22 วิธีการซ่อมหนังสือโบราณ


Sf1_033_023.jpg

รูป 23 วิธีการซ่อมหนังสือโบราณ


Sf1_034_024.jpg

(น.34) รูป 24 วิธีการซ่อมหนังสือโบราณ

(น.34) ภาพที่ได้จากถ้ำตุนหวงนำมาซ่อมแซม แต่ก่อนแตกเป็นชิ้นๆ วิธีการซ่อมแซมก็เป็นไปตามหลักคือ ส่วนไหนที่ซ่อมแซมขึ้นใหม่ก็ใช้กระดาษสีต่างจากของเดิมเพื่อให้รู้ว่าเป็นส่วนที่ซ่อมใหม่ ภาพที่ดูเป็นภาพพระเรียงเป็นแผง เอกสารจากตุนหวง ซึ่งขณะพบมีรอยเปื้อนน้ำมัน (ชนิดที่ใช้จุดตะเกียง เขาเข้าใจว่าคนมือเปื้อนน้ำมันนี้แล้วมาจับเอกสาร) ทางหอสมุดก็ซ่อมแซมโดยใช้กระดาษแปะเช่นเดียวกัน เนื้อหาของเอกสารนี้เป็นจดหมายเหตุเก่าแก่ของจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว


Sf1_035_025.jpg

(น.35) รูป 25 วิธีการซ่อมหนังสือโบราณ


Sf1_035_026.jpg

รูป 26 วิธีการซ่อมหนังสือโบราณ

(น.35) เอกสารสมัยราชวงศ์ถัง แสดงให้เห็นถึงวิธีการซ่อมเอกสารเก่า จะต้องหากระดาษใหม่ที่มีความบางเท่ากระ ดาษเก่า เมื่อติดเข้าด้วยกันแล้วจะได้เป็นเนื้อเดียวกัน สะดวกต่อการดูแลรักษาต่อไป ถ้าไม่ทำเช่นนี้จะเสียหายได้ง่าย


Sf1_036_027.jpg

(น.36) รูป 27 การทำกล่องใส่โบราณวัตถุ

(น.36) พระไตรปิฎกสมัยราชวงศ์ซ้อง เป็นพระไตรปิฎกจีนสำนวนแรกที่ตีพิมพ์ขึ้น ก่อนหน้านี้เป็นฉบับตัวเขียน เพิ่งมารวบรวมตีพิมพ์ในสมัยราชวงศ์ซ้อง เริ่มแกะแม่พิมพ์ไม้เมื่อ ค.ศ. 972 ที่เมืองเฉิงตู แคว้นเสฉวน การแกะแม่พิมพ์สำเร็จเมื่อ ค.ศ. 983 จำนวนแม่พิมพ์ไม้พระไตรปิฎก 130,000 เล่ม เทียบกับฉบับตัวเขียนประมาณ 5,000 ผูก (ม้วน) พระไตรปิฎกฉบับราชวงศ์ซ้องนี้มักเรียกชื่อว่า สำนวน Kai bao เป็นต้นฉบับของพระไตรปิฎกจีนที่ตรวจชำระและที่พิมพ์ในเกาหลีในคริสต์ศตวรรษที่ 13

(น.37) พระไตรปิฎกฉบับจีนที่พิมพ์ในเกาหลีนี้เป็นต้นฉบับพระไตรปิฎกจีนปัจจุบันฉบับต่างๆ ที่ตีพิมพ์ในญี่ปุ่น เช่น Tai Shi ซึ่งเป็นฉบับที่ใช้เป็นมาตรฐานในวงวิชาการ (อ้างอิงจาก Encyclopedia of Religion เล่ม 2 หน้า 506 – 507)

พระคัมภีร์พบที่พระธาตุเหลยเฟิงซึ่งอยู่ที่เมืองหังโจว พระธาตุนี้ถูกฟ้าผ่าล้มเมื่อ 20 กว่าปีมานี้ เป็นของ สมัยซ้องเหนือ (แต่หังโจวเป็นราชธานีของอาณาจักรซ้องใต้)

แผนที่เก่าแก่ที่สุด เขียนขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1137 เป็นสำเนา (Rubbing) จากแผ่นหิน มีชื่อเมือง เช่น แต้จิ๋ว ไหหลำ เวียดนาม ค่อนข้างจะตรงกับแผนที่สมัยปัจจุบัน

สังเกตดูผู้ที่มาใช้ห้องอ่านหนังสือนี้เป็นนักวิชาการค่อนข้างอาวุโส เห็นท่านหนึ่งกำลังอ่านหนังสือโบราณที่เรียกว่า เซี่ยนจวง เป็นหนังสือพิมพ์บนกระดาษบางๆเย็บด้วยด้าย นอกจากนั้นมีที่ตั้งสำหรับอ่านหนังสือเซี่ยนจวงด้วย

มีเครื่องอ่านไมโครฟิล์ม นักวิชาการกำลังอ่านเรื่องตำราชงน้ำชา

ออกจากห้องนี้ผ่านห้องเก็บหนังสือห้องใหญ่อยู่ทางซ้ายมือ ขวามือเป็นกระจกมองออกไปเป็นสวน หย่อม แต่ตอนนี้เป็นฤดูหนาวไม่มีต้นไม้

เข้าไปที่ห้องซ่อมหนังสือ หัวหน้าแผนกเป็นช่างชื่อคุณตู้เว่ยเซิง เป็นช่างเทคนิคที่เคยไปช่วยงานที่ British Library


Sf1_038_028.jpg

(น.38) รูป 28 การทำกล่องใส่โบราณวัตถุ

(น.38) อยู่บ่อยๆ เขาแสดงเรื่องการปะกระดาษที่เขียนตัวหนังสือให้แข็งแรงขึ้น โดยการใช้กระดาษบางอีกแผ่นมาแปะด้านหลัง ใช้น้ำกาวใสๆทา (ไม่เหนียวเลย) ดูคล้ายน้ำข้าวทำจากข้าวสาลี อย่างอื่นก็ใช้ได้แต่ข้าวสาลีดีที่สุด อังกฤษใช้ถั่ว เช่น ถั่วเขียว บางทีก็ใช้ข้าวโพด ที่ตุนหวงเมื่อวิเคราะห์ดูแล้วก็ใช้ข้าวสาลี แสดงว่าเป็นเทคนิคโบราณที่ยังใช้ได้ดี เมื่อปะครั้งแรกแล้ว สามารถใส่ขอบที่เป็นผ้ามีลวดลายได้

ในแผนกเดียวกันมีการทำกล่องใส่โบราณวัตถุ ทำปกหนังสือ

การเก็บสำเนาจารึก แต่ก่อนนี้เมื่อทำสำเนาจารึกมาก็มาพับอย่างที่ไทยเราเก็บสำเนาจารึก แต่ต่อมาเห็นว่าพับแบบนี้


Sf1_039_029.jpg

(น.39) รูป 29 ขั้นตอนการทำปกหนังสือ


Sf1_039_030.jpg

รูป 30 การเก็บสำเนาจารึก

(น.39) เสียง่าย จึงปะกระดาษเสริมด้านหลัง อีกห้องแสดงการซ่อมหนังสือจากตุนหวงซึ่งชำรุดมาก ช่างที่แสดงการซ่อมอยู่ทำงานนี้มา


Sf1_040_031.jpg

(น.40) รูป 31 ถ่ายไมโครฟิล์ม

(น.40) 10 ปีแล้ว มีหนังสือภาษาแมนจู มีรูแมลงกัดจนพรุนคล้ายๆกับแมลงกัดหนังสือบ้านเรา อีกเล่มถูกน้ำต้องแกะมาซ่อมทุกหน้า ถ้าสามารถหากระดาษโบราณได้ก็เอากระดาษโบราณมาซ่อม ถ้าหาไม่ได้ก็พยายามหากระดาษที่มีลักษณะคล้ายของเดิมมากที่สุด กระดาษที่ใช้ซ่อมหนังสือมี 3 ชนิด คือ กระดาษทำด้วยเปลือกไม้จันทน์ กระดาษปอ เป็นชนิดที่ใช้ซ่อมหนังสือตุนหวง เยื่อไม้ไผ่ จากฮกเกี้ยน อันฮุย

หนังสือจดหมายเหตุตุนหวงเป็นหนังสือม้วน แต่ก่อนใช้กระดาษใหม่ปะทับลงไปเฉยๆ ต่อมาเห็นว่าวิธีนี้ตัวหนังสือจะถูกปิด จึงพยายามรักษาสภาพเก่า ปะเฉพาะส่วนที่เสีย บางแผ่นก็ต้องปะมาก เพราะตอนที่พบเป็นเศษป่นไปหมดแล้ว

มีตัวหนังสือเขียนตุ้ยเหลียน ฝีมือเจิ้งป่านเฉียว ตุ้ยเหลียน นี้คือแผ่นป้ายคู่คำคล้องจองที่เป็นสิริมงคล เป็นงานศิลปะที่สำคัญ


Sf1_041_032.jpg

(น.41) รูป 32 เอกสารโบราณ


Sf1_041_033.jpg

รูป 33 การซ่อมหนังสือ

(น.41) มาก ท่านเป็นนักเขียนหนังสือที่มีชื่อเสียงในราชวงศ์ชิง การซ่อมเขาปะส่วนที่หายไป แต่ส่วนที่เป็นลายมือไม่ต้องปะ

แผนกไมโครฟิล์ม หัวหน้าวิศวกรชื่อเหมาเซียน มีเจ้าหน้าที่ถ่ายไมโครฟิล์มหนังสือเก่าด้วยฟิล์ม 135 ม.ม. เมื่อ

(น.42) ถ่ายเรียบร้อยแล้วก็จะเก็บหนังสือไว้ ให้คนอ่านเฉพาะไมโครฟิล์มถ่ายได้วันละ 1,200 หน้า ได้ความรู้ใหม่อย่างหนึ่งว่า ก่อนสมัยราชวงศ์ซ้องมีแต่หนังสือเป็นม้วน สมัยซ้องจึงมีหนังสือเย็บเล่มแบบกี่ พวกที่เป็นม้วนยังไม่ได้ถ่ายไมโครฟิล์ม หนังสือฝรั่งบางทีก็เย็บแคบ แบะถ่ายไมโครฟิล์มไม่ได้ กี่ถ่ายง่ายกว่าเพราะกระดาษบาง แต่บางเล่มเย็บไว้ติดตัวหนังสือ บางทีเขาก็แกะออกถ่าย บางเล่มเป็นหนังสือที่สำคัญมาก หรือที่แกะแล้วเสีย เขาก็จะเก็บไว้ก่อน รอเทคโนโลยีใหม่ที่จะรักษาหนังสือไว้ไม่ให้เสีย หนังสือที่กำลังถ่ายเป็นเรื่องงานวิศวกรรมขุดคลอง

ห้องถ่ายไมโครฟิช เขาแสดงการถ่ายหนังสือวารสารแต่ละแผ่นถ่าย 98 หน้า เขามักถ่ายวารสารที่มีน้อยเล่ม คือ พวกที่ออกมาได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกปิด เลิกกิจการ กระดาษที่พิมพ์มักเป็นกระดาษคุณภาพเลว เสียง่าย ตัวจริงมีน้อยเล่ม

ห้องเตรียมงานไมโครฟิล์ม เจ้าหน้าที่ต้องเอาหนังสือมาดูและกรอกฟอร์ม ลงทะเบียนให้ทราบสภาพทั้งหมดของหนังสือโบราณนั้น พี่หวานขอฟอร์มเปล่าๆมาดูเพื่อเป็นตัวอย่าง

ห้องตรวจฟิล์ม เมื่อถ่ายเสร็จแล้วต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจอีกที ผู้ตรวจต้องใส่ถุงมือ ต้องส่องแว่นขยายตรวจทุกหน้าเพื่อดูว่าภาพคมชัดดี ขาดหน้าไหนไปบ้างรึเปล่า ถ้าตรวจพบบางหน้าขาดหายไป เช่นคนถ่ายพลิกหน้าข้ามไปก็ต้องทำใหม่ทั้งเล่ม ต้องตรวจเทียบกับแบบฟอร์ม ตัวเลขจำนวนหน้า ถ้าไม่ตรงกันก็ต้องตรวจหาเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร ต้องเอาหนังสือตัวจริง


Sf1_043_034.jpg

(น.43) รูป 34 ดูบัตรรายการหนังสือ

(น.43) มาเทียบ (ศัพท์ภาษาจีนเรียกไมโครฟิล์มว่า จ้วนเพียน ไมโครฟิชเรียก ผิงเพียน)

ห้องก๊อบปี้ฟิล์ม (ภาษาจีนก็ทับศัพท์ว่า เข่าเป้ย) เมื่อถ่ายฟิล์มและล้างแล้ว ถือเป็นต้นฉบับและจะก๊อบปี้สำหรับใช้บริการ เก็บต้นฉบับไว้ ฟิล์มต้นฉบับตัดต่อภาพไม่ได้เลย เพราะถ้าตัดต่อแล้วก๊อบปี้ได้ไม่ชัด มีไมโครฟิชชนิดใส่ได้แผ่นละ 400 หน้า


Sf1_044_035.jpg

(น.44) รูป 35 ห้องวารสาร

(น.44) ขยายได้ อุปกรณ์เป็นของบริษัท TDC (Terminal Data Corporation)

เครื่องล้างฟิล์ม เครื่องล้างไมโครฟิช ใช้เวลาม้วนละ 10 นาที (30 เมตร)

ห้องเก็บบัตรรายการหนังสือ ดูหนังสือเรื่องเกี่ยวกับเมืองไทยที่แปลหรือที่เขียนเป็นภาษาจีน ส่วนมากจะเป็นหนังสือที่พิมพ์ก่อน ค.ศ. 1988 มีหนังสือที่แปลจากหนังสือของพระยาอนุมานราชธน บัตรหนังสือภาษาไทย (มีทั้งบัตรผู้แต่ง ชื่อหนังสือและเรื่อง) มีมากกว่า 2,000 เรื่อง


Sf1_044_036.jpg

(น.45) รูป 36 ห้องวารสาร

(น.45) ห้องวารสาร มีกว่า 10,000 ชื่อ มีหนังสือให้บริการผู้อ่าน

ห้องเก็บหนังสือ มี 19 ชั้น เนื้อที่ทั้งหมด 40,000 ตารางเมตร เก็บหนังสือภาษาจีนและภาษาต่างประเทศมากกว่า 8-9 ล้านเล่ม ชั้นที่ขึ้นมาดูเป็นวารสารภาษาต่างประเทศ หนังสือภาษาไทยอยู่ชั้น 11 มี 4,000 กว่าเล่ม เจ้าหน้าที่ 60 คน ดูแล 19 ชั้น (ชั้นละ 2,000 ตารางเมตร)


Sf1_046_037.jpg

(น.46) รูป 37 ห้องวารสาร

(น.46) แผ่น Slip ที่ผู้ใช้บริการสั่งหนังสือไหลมาตามท่อลม เจ้าหน้าที่ส่งหนังสือไปตามสายพาน เครื่องสายพานซื้อจากเยอรมัน เป็นของบริษัท Siemens ห้องเก็บหนังสือมี 3 ชั้น ป้องกันอัคคีภัย ปิดประตูสกัดไฟได้

หนังสือใหม่เข้าห้องสมุดปีละ 600,000 เล่ม อีกไม่กี่ปีตึกนี้คงจะเต็มต้องสร้างใหม่ หรือเลื่อนชั้นหนังสือให้ติดกันเข้าไปกว่านี้ หรือใช้ Laser disk (ข้าพเจ้ามาคิดภายหลังว่าตู้แบบที่ปิดเข้าไปได้ก็น่าจะใช้ได้ ทั้งนี้ก็ต้องดูว่าตอนวิศวกรรออกแบบเขาให้รับน้ำหนักได้เท่าไร)


Sf1_047_038.jpg

(น.47) รูป 38 ลาผู้อำนวยการห้องสมุด

(น.47) ดูเสร็จหมดเวลาพอดี คราวนี้ได้ดูมาก เอกสารโบราณ ที่เขาให้ดูนั้นปกติไม่ให้ใครดู ถ่ายรูปใช้แฟลชไม่ได้ อาจทำให้หนังสือเสีย

Personal tools